ดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์สูงสุด โทษต่ำสุด

กาแฟเป็นเป็นเครื่องดื่มที่นิยมไปทั่วโลก เนื่องจากความหอมและรสชาติอร่อยของมัน ทำให้ใครหลายๆ คน ดื่มกาแฟกันวันละหลายๆ แก้ว แต่ของทุกชนิดย่อมมีทั้งประโยชน์และโทษ แล้วเราจะดื่มกาแฟอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากกว่าได้โทษ เพราะเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง โดยเฉพาะของอร่อยๆ มักมีโทษมากกว่าประโยชน์เสมอ อย่างกาแฟนี้มีผลการศึกษาวิจัยมาจากหลายที่ถึงโทษของมัน

โทษของกาแฟ
หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ เต้นไม่เป็นจังหวะ เนื่องจากกาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
ความดันโลหิตสูงขึ้นนานถึง 12 ชั่วโมง คนที่มีภาวะเครียด ร่างกายจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีก
นอนไม่หลับ เพราะคาเฟอีนปริมาณหนึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้นอนหลับยาก หลับไม่สนิท ร่างกายไม่สามารถพักผ่อนได้เต็มที่
เร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร กาเฟอีนมีฤทธิ์ไปกระตุ้นการหลั่งกรดเพปซิน (pepsin) และแกสตริน (gastrin) อาจทำให้โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้รุนแรงขึ้นได้
มีสารเสพติด ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ หากหยุดดื่มกะทันหันจะทำให้มีอาการปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ร่างกายอ่อนเพลีย และง่วงนอน
เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
ความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุน เนื่องจากกาแฟมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ โดยไปลดการดูดกลับของโซเดียม โพแทสเซียมและแคลเซียมออกจากไต ถ้าหากสูญเสียแคลเซียมออกจากร่างกายบ่อยๆ อาจเป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนในหญิงวัยหมดประจำเดือนได้
คาเฟอีนมีผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุ โดยขัดขวางการดูดซึมของแร่ธาตุบางชนิด เช่น แคลเซียม สังกะสีและเหล็ก ผู้ที่ต้องการให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีเพียงพอ จึงควรพยายามหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟโดยเฉพาะในเด็กซึ่งเป็นวัยที่ต้องเจริญเติบโต

ประโยชน์ของกาแฟ
กระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว ลดอาการง่วงนอน สำหรับผู้ที่ต้องการทำงานต่อเนื่อง เช่น ทำงานรอบดึก ควบคุมเครื่องจักรกล รวมถึงผู้ขับขี่รถยนต์ระยะทางไกลๆ คาเฟอีนในปริมาณ 50- 200 กรัม จะทำให้ร่างกายกระปี้กระเปร่า
ช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการออกกำลังกาย คาเฟอีนจะไปกระตุ้นการหลั่งของสารสื่อประสาทเคทีโคลามีน (cetecholamine) ซึ่งจะไปกระตุ้นการสลายไขมันในเนื้อเยื่อให้เป็นพลังงาน ดังนั้นคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในรูปไกลโคเจน (glycogen) จึงยังคงเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่สะสมในกล้ามเนื้อ ร่างกายจึงทนทานต่อกิจกรรมที่ใช้แรงมากได้นานขึ้น
กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ คาเฟอีนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเมตาบอลิซึม
มีสารต้านอนิมูลอิสระ ในกลุ่มโพลีฟีนอลเช่นเดียวกับผักผลไม้ สารตัวนี้มีชื่อว่า “กรดคลอโรจีนิก” เป็นสาเหตุนึงทำให้คนเราเหี่ยวช้าเมื่อทานพอเหมาะ
เห็นไหมว่าเทียบคุณกับโทษแล้ว ดูโทษจะมีเยอะกว่าเสียอีก แต่ด้วยความอร่อยของกาแฟที่สุดจะห้ามใจในการดื่ม เราจะกินอย่างไรให้มีโทษต่อร่างกายน้อยที่สุด

ดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์สูงสุด โทษต่ำสุด
1.เลือกดื่มกาแฟอาราบิก้า เมล็ดกาแฟที่มีจำหน่ายมากในท้องตลาดคือพันธุ์อาราบิก้าและพันธุ์โรบัสต้า ที่แนะนำให้เลือกอาราบิก้าเพราะในเมล็ดกาแฟพันธุ์นี้มีคาเฟอีนน้อยกว่าพันธุ์โรบัสต้าถึง 4 เท่า นอกจากนั้นรสชาติยังอร่อย กลมกล่อมกว่าอีกด้วย
2.ดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น อะไรที่มากไปย่อมไม่ดี แต่ถ้าปริมาณกำลังดีมีประโยชน์แน่ คาเฟอีนขนาด 50 – 200 มก. เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย กระตุ้นให้ตื่นตัว เลือดสูบฉีด กระปรี้กระเปร่า เอสเปรสโซ่ 1 ช็อต มีปริมาณคาเฟอีนประมาณ 40 มก. โดยปกติแล้วร้านกาแฟมักจะชงกาแฟโดยใช้เอสเปรสโซ่ 2 ช็อตเป็นส่วนใหญ่ นั่นหมายความว่าคุณสามารถดื่มกาแฟได้วันละ 2 ถ้วยได้อย่างสบาย หรือหากใครไม่ได้ดื่มในช่วงเวลาใกล้กัน เมื่อร่างกายขับคาเฟอีนออกไปบ้าง คุณก็สามารถรับคาเฟอีนเข้าไปเพิ่มได้อีก
3.ระวังส่วนผสมอื่นๆ เพิ่มเติมในกาแฟ หลายคนดื่มกาแฟ ไม่ใช่แค่ชอบรสชาติของกาแฟหรือไม่ได้ติดคาเฟอีนแต่อย่างใด พวกเขาเหล่านั้นติดความหวานต่างหาก เครื่องดื่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้ ชาเขียวสำเร็จรูป นมปั่นหรือแม้กระทั่งกาแฟ ย่อมมีการปรุงแต่งรสชาติเพิ่มเติม สิ่งเหล่านี้นี่เองที่เป็นอันตรายมากกว่า เพราะมีทั้งน้ำตาล ไขมันส่วนเกิน หากฝึกได้ให้เลือกดื่มกาแฟดำหรือเลือกนมแบบไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย จะเป็นผลดีต่อร่างกายมากกว่า
4.ดื่มกาแฟให้ถูกเวลา คนทำงานหลายคนไม่มีเวลากินอาหารเช้า จึงเลือกกาแฟ ขนมปังสักชิ้นเป็นของรองท้อง แต่รู้หรือไม่ว่าเวลาเช้านั้นเป็นเวลาที่ร่างกายหลั่งสารกระตุ้นการทำงาน เราควรปล่อยให้ร่างกายได้ใช้สิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการดื่มกาแฟคือเวลา 10 โมงเป็นต้นไป ตอนบ่ายก็คือเวลาบ่าย 2 เพราะช่วงนั้นร่างกายจะเริ่มล้า การดื่มกาแฟในช่วงนี้เราจะได้รับประโยชน์จากคาเฟอีนได้เต็มที่ และไม่ควรดื่มในช่วงค่ำหลัง 2 ทุ่ม เพราะช่วงเวลากลางคืน ร่างกายต้องการพักผ่อน คาเฟอีนจะไปกระตุ้นการทำงานของร่างกายทำให้นอนหลับไม่สนิท
5.ไม่ควรดื่มกาแฟในขณะท้องว่าง เนื่องจากคาเฟอีนมีผลเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เพราะอย่างนั้นวัฒนธรรมดั้งเดิมของการดื่มกาแฟแท้จริงแล้ว จึงมักดื่มหลังมื้ออาหารกลางวัน
6.ควรดื่มน้ำเปล่าให้มาก เนื่องจากคาเฟอีนนั้นมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ เราจึงควรดื่มน้ำมากๆเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากร่างกาย
7.ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ โดยเฉพาะแคลเซียม เนื่องจากแคลเซียมนั้นจะถูกขับออกไปพร้อมกับปัสสาวะที่เป็นผลจากฤทธิ์ของคาเฟอีน เราจึงควรกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงทดแทน เช่น ปลา บลอคโคลี หรือเลือกดื่มกาแฟนมไขมันต่ำแทนกาแฟใส่ครีมเทียม
8.ดื่มกาแฟถ้วยเล็กดีกว่า สำหรับผู้ที่ดื่มแก้ง่วง ควรดื่มกาแฟทีละน้อยแต่ดื่มไปตลอดวัน กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาที และอยู่ในร่างกายเราไปสักพัก การดื่มแบบนี้เราจะควบคุมประมาณคาเฟอีนให้พอดีกับร่างกายได้