ต้นกาแฟ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ความแตกต่างของสายพันธุ์ และการเพาะปลูก

กาแฟ เป็นไม้ยืนต้นที่มีใบเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ให้ผลซึ่งมีสรรพคุณในการกระตุ้นประสาท ซึ่งต้นกำเนิดของกาแฟเชื่อว่าอยู่ในดินแดนเอธิโอเปียโบราณในทวีปแอฟริกา โดยในอดีตนั้น กาแฟเคยเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของดินแดนอาหรับ จากนั้นก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ในปัจจุบันประเทศที่ปลูกกาแฟส่งออกติดอันดับโลก ได้แก่ บราซิล เวียดนาม อินโดนีเซีย โคลัมเบีย และอินเดีย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้นกาแฟเป็นพืชที่มีเนื้อไม้ มีลำต้นที่สูงใหญ่ โดยลำต้นอาจสูงได้ถึง 10 เมตรถ้าไม่มีการตัดแต่งกิ่ง แต่โดยทั่วไปเกษตรกรมักจะตัดแต่งกิ่งกาแฟให้เตี้ย เพื่อทำให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่าย

กาแฟอยู่ในวงศ์ Rubiaceae หรือพืชในวงศ์เข็ม โดยในประเทศไทยพบพืชวงศ์นี้อยู่ประมาณ 110 สกุล โดยพืชในวงศ์นี้มีลักษณะเฉพาะที่สังเกตเห็นได้ง่าย คือ มีใบเดี่ยว แต่ละใบออกตรงข้ามกัน ซึ่งใบในแต่ละคู่จะตั้งฉากกัน ลักษณะของใบมักเป็นรูปเข็ม และมีขอบใบที่เรียบ ส่วนดอกมักมีปลาย 4-5 แฉก มีกลีบดอกที่เชื่อมติดกัน

สายพันธุ์ของกาแฟ

แม้ว่าสายพันธุ์ของกาแฟจะมีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ แต่หลัก ๆ ที่นิยมปลูกและจำหน่ายกันทั่วโลก มีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์อาราบิก้า (Coffea Arabica) ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นอย่างมาก โดยผลผลิตของการแฟพันธุ์อาราบิก้าคิดเป็นร้อยละ 75-80 ของผลผลิตของกาแฟทั่วโลก

ส่วนอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีผลผลิตประมาณร้อยละ 20 ของผลผลิตกาแฟทั่วโลก คือ พันธุ์โรบัสต้า (Coffea canephora) ซึ่งมีรสชาติและความเข้มของรสกาแฟแตกต่างจากอาราบิก้า โดยโรบัสต้าจะมีความเข้มของกาแฟที่มากกว่าอาราบิก้า รวมถึงยังมีปริมาณของคาเฟอีนที่มากกว่าอีกด้วย แต่โรบัสต้าจะด้อยกว่าอาราบิก้าตรงที่รสชาติอาจไม่ค่อยถูกปากคอกาแฟมากนัก

การเจริญเติบโต ผลิดอกและให้ผลผลิต

ต้นกาแฟสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอย่างน้อย 700 เมตรขึ้นไป ต้นกาแฟชื่นชอบและจะเจริญเติบโตได้ดีในอากาศที่หนาวเย็น และมีความชื้นของอากาศที่เพียงพอ ต้นกาแฟจะอาศัยน้ำจากน้ำฝนเป็นหลัก ในแหล่งปลูกที่ให้ผลผลิตดี ควรมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี 1,500 มิลลิลิตร

ถ้าต้องการปลูกกาแฟ โดยไม่ต้องการพึ่งพาน้ำจากระบบชลประทาน หรืออยู่ในเขตที่ชลประทานเข้าไม่ถึง อาจปลูกต้นกาแฟคู่กับไม่ผลยืนต้นขนาดใหญ่ หรือปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ป่าที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และอาจจะใช้การคลุมดินที่บริเวณโคนต้น ก็สามารถลดการใช้น้ำของกาแฟได้

การปลูกกาแฟตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงการให้ผลผลิต มักจะต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโตอย่างน้อย 3-4 ปี เมื่อต้นกาแฟเติบโตเต็มที่ ก็จะเริ่มติดตาดอก โดยดอกกาแฟจะออกตรงบริเวณซอกใบ มีลักษณะเป็นกลุ่ม มีสีขาว และที่สำคัญดอกของกาแฟจะมีกลิ่นที่หอมหวาน ชวนน่าดมเป็นยิ่งนัก

เมื่อดอกกาแฟบานเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาผสมเกสร ซึ่งการผสมเกสรก็จะทำให้เกิดการสร้างเมล็ดกาแฟ ซึ่งจะใช้เวลายาวนานถึง 7-9 เดือนนับตั้งแต่ออกดอก โดยทั่วไปจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนกันยายน ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับสายพันธุ์ว่ามีระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่ช่วงใด

การเก็บเกี่ยวผลผลิต มักจะเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สุกเต็มที่ โดยเกษตรกรจะใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ บีบผลกาแฟลูกสีแดง ๆ ถ้าผลสุกเต็มที่และสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว เมื่อบีบแล้วเมล็ดกาแฟก็จะหลุดออกมาโดยไม่ต้องใช้แรงบีบมากนัก เมื่อได้เมล็ดกาแฟมาแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการถัดไป คือ การผลิตเมล็ดกาแฟ ซึ่งมี 2 กรรมวิธีหลัก ๆ ได้แก่ วิธีทำสารกาแฟแบบแห้ง และวิธีการทำสารกาแฟแบบหมักหรือแบบที่ต้องใช้น้ำ โดยแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป

กาแฟ เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงยังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักในบางจังหวัดของประเทศไทยด้วย การปลูกกาแฟตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต อาจใช้เวลายาวนานถึง 5 ปี เมื่อกาแฟติดดอกแล้ว ก็อาจต้องรอจนถึง 9 เดือนจนผลสุกเต็มที่ และพร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว เกษตรกรจะเลือกเก็บกาแฟที่สุกเต็มที่เท่านั้น หลังจากนั้นก็จะนำผลของกาแฟที่เก็บเกี่ยวได้ เข้าสู่ขั้นตอนของการผลิตเมล็ดกาแฟต่อไป ซึ่งกว่าจะได้กาแฟที่หอมกรุ่นและมีรสชาติที่ดี อาจจะต้องใช้ระยะเวลายาวนานกว่าที่คุณเคยคิดไว้ก็ได้