วิธีรักษา

“ท้องผูก” เป็นอาการที่สุดแสนจะไม่พิศมัยของคนทั่วไป เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่อาการนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็มักที่จะสร้างความเจ็บปวด อึดอัด ให้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว และเมื่อไหร่ก็ตาม ที่อาการนี้เกิดขึ้น แล้วรุนแรงเสียจนไม่สามารถที่แก้ไขได้ด้วยตัวเอง สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะทำก็คือ การไปขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอรับ ยาแก้ท้องผูก มาช่วยในการบรรเทาอาการของตัวเองกัน แต่เชื่อว่าสำหรับคุณผู้อ่านขี้สงสัยหลายๆคน คงอยากที่จะทราบว่า แล้วเหล่า ยาแก้ท้องผูก ที่แพทย์ทำการจ่ายให้กับตัวเรานั้น จะมียาอะไรและ มีประสิทธิภาพอย่างไรกันบ้าง ดังนั้น ในวันนี้ ครอบครัว Ovolva.com เลย จะขอพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปทำความรู้จักกับ ยาแก้ท้องผูก ที่แพทย์ทั่วโลก มักนิยมสั่งให้กับคนที่มีปัญหาดังกล่าว ว่ามันจะมีอะไรกันบ้าง?

ยาแก้ท้องผูก ที่แพทย์ทั่วโลกส่วนใหญ่นิยมใช้นั้น มีอะไรกันบ้าง?
เมื่อพบว่าตัวเองมีอาการท้องผูก สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเป็นแนดับแรก คือ การตรวจสอบว่าอาการของคุณนั้น เป็นท้องผูกแบบฉับพลัน หรือแบบเรื้อรัง เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมกับตัวเองให้มากที่สุด
1.กลีเซอรีน เป็น ยาแก้ท้องผูก แบบที่ใช้เหน็บทางทวารหนัก ยาแก้ท้องผูก ชนิดนี้ มักถูกนำมาใช้เมื่อต้องการรู้สึกอยากระบาย เมื่อเกิดปัญหาท้องผูกขึ้นกับตัวเอง

2. Osmotic เป็น ยาแก้ท้องผูก ที่เมื่อทำการทานเข้าสู่ร่างกายจะช่วยทำให้ อุจาระมีความนุ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการขับถ่ายที่ง่ายดายมากขึ้น

3.น้ำตาล nonabsorbable เป็นยาแก้ท้องผูก แบบยาระบาย ที่เมื่อทำการทานเข้าสู่ร่างกายจะช่วยทำให้ อุจาระมีความนุ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการขับถ่ายที่ง่ายดายมากขึ้น

4. Ex-Lax และ Feen-a-Mint เป็นยาระบายเชิงกระตุ้น ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวของอุจจาระผ่านลำไส้ แต่อย่างไรก็ตาม ยาประเภทนี้เมื่อทำการใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ อาจจะส่งผลกระทบต่อความสามารถของร่างกายในการดูดซึมวิตามิน D และแคลเซียม ซึ่งส่งผลต่อมวลรวมกระดูกของคุณ

5.น้ำยาปรับอุจจาระ เช่น Colace เป็นต้น สามารถช่วยให้คุณทำการขับถ่ายได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

6.เส้นใยสังเคราะห์ อาทิเช่น Citrucel, Metamucil หรือ Perdiem การเพิ่มเส้นใยอาหารสังเคราะห์เหล่านี้ ลงไปในอาหารแต่ละมื้อ เป็นการช่วยลด บรรเทาอาการท้องผูกให้น้อยลงมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ ในการใช้ ยาแก้ท้องผูก ในฐานะของยาระบายนั้น ขอแนะนำว่าไม่ควรใช้ติดต่อกัน เป็นระยะเวลา ติดต่อกันมากกว่า 2 สัปดาห์ โดยที่ไม่ได้ทำการปรึกษาแพทย์ เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตราย ต่อร่างกายของคุณในระยะยาว แต่ถ้าหากคุณพึ่งเริ่มต้นมีอาการท้องผูกแบบเป็นครั้งคราว คุณสามารถที่จะใช้วิธิจัดการกับท้องผูกตามธรรมชาติ ที่มีความอ่อนโยนต่อร่างกายมากกว่า โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ยาแก้ท้องผูก เหล่านี้แต่อย่างใด