เมล็ดกาแฟ สายพันธุ์ต่างๆ

หลายคนคงเข้าใจว่า เมนู espresso ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ espresso มาชง , เมนู คาปูชิโน่ และต้องใช้เมล็ดกาแฟพันธุ์ คาปูฯมาชง ยกมือขึ้น..!!!! ถ้าหากใครเป็นหนึ่งในนั้น ไม่ต้องกังวล เพราะคนบ้านเราส่วนใหญ่เ้ข้าใจแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง วันนี้จะแบ่งปันกันเกี่ยวกับสายพันธุ์เมล็ดกาแฟครับ จะได้ปรับความเข้าใจให้ถูกต้อง ตรงกันนะครับ

พันธุ์กาแฟ ในโลกนี้มีกาแฟมากมายหลากพันธุ์หลายชนิด แต่ที่รู้จักกันโดยทั่วไปจะมีอยู่ 4 พันธุ์ คือ
1. กาแฟอราบิก้า (Arabica)
2. กาแฟโรบัสต้า (Robusta)
3. กาแฟเอ็กซ์เซลซ่า (Excelsa)
4. กาแฟลิเบอริก้า (Liberica)

แต่กาแฟพันธุ์ ลิเบอริก้าและเอ็กซ์เซลซ่า ไม่นิยมปลูกเพื่อการค้าเนื่องจากรสชาติไม่ค่อยดีนัก ส่วนพันธุ์ที่นิยมปลูกเพื่อการค้าและมีขายกันโดยทั่วไปมีอยู่ 2 พันธุ์คือ อราบิก้า และโรบัสต้า

กาแฟอราบิก้า(Arabica)
เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูกและบริโภคกันมากที่สุดในโลกมีปริมาณการผลิตถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในตลาดกาแฟโลก แต่จะมีจำนวนเพียง 1ใน 8เท่านั้นที่เป็นกาแฟที่มีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นที่นิยม กาแฟชนิดนี้ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณสารกาแฟชั้นดี มีกลิ่นและรสชาติดีที่สุด

เมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้านี้จะมีรูปทรงค่อนข้างเรียวผอม รอยผ่าไส้กลางมีลักษณะคล้ายตัว S เมื่อผ่านกระบวนการผลิตแล้ว กาแฟพันธุ์นี้จะมีกลิ่นหอมหวานอบอวล ซับซ้อน คล้ายกลิ่นช๊อกโกแลตและดอกไม้ รสชาตินุ่มละมุน มีปริมาณคาเฟอีน ประมาณ 1.1-1.7 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณครึ่งหนึ่งของพันธุ์โรบัสต้าในสัดส่วนเท่ากัน

กาแฟอราบิก้าชอบความเย็น เจริญเติบโตและให้ผลผลิตดีในพื้นที่ที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 800-2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สำหรับในประเทศไทยนิยมปลูกในเขตพื้นที่ทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ตาก น่าน แม่ฮ่องสอน ลำปาง สายพันธุ์ที่นิยมปลูกมากคือ สายพันธุ์ คาร์ติมอร์ อราบิก้าในประเทศไทยสามารถให้ผลผลิตได้ประมาณ 10,000 ตันต่อปี

กาแฟโรบัสต้า(Robusta)
เป็นกาแฟพันธุ์ที่ต้องการความชุ่มชื้นสูง ปลูกง่ายให้ปริมาณผลผลิตมาก นิยมปลูกกันมากในทวีปอัฟริกาและเอเชีย สามารถปลูกในพื้นที่ที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 500-600 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล สำหรับประเทศไทยนิยมปลูกกันทางภาคใต้ เช่นที่จังหวัดชุมพร,สุราษฏร์ธานี,นครศรีธรรมราช

เมล็ดพันธุ์ของโรบัสต้าจะอวบอ้วน ด้านหลังมีลักษณะนูนเป็นหลังเต่า รอยผ่าไส้กลางเมล็ดจะเป็นเส้นค่อนข้างตรง กาแฟสายพันธุ์นี้ กลิ่นไม่หอมหวานอบอวล ไม่ซับซ้อน รสชาติฝาดกว่าพันธุ์อราบิก้า และมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่า 1-2 เท่าตัวหรือประมาณ 2-4.5 เปอร์เซ็นต์

ถึงแม้ว่าจะให้รสชาติด้อยกว่า มีรสฝาดมากกว่า แต่body (ความเข้มข้น) ของกาแฟพันธุ์นี้จะมีมากกว่า สามารถรับรู้ได้เวลาดื่ม ส่วนใหญ่จะนำมาผลิตเป็นกาแฟสำเร็จรูป หรือนำมาผสมกับกาแฟพันธุ์ อราบิก้า เพื่อให้ได้รสชาติที่แตกต่างออกไป กาแฟRobustaในประเทศไทยสามารถให้ผลผลิตได้ประมาณปีละ 70,000ตันต่อปี

ถิ่นที่ปลูกกาแฟ
พื้นดินและสภาพแวดล้อมในที่ต่างๆกันมีผลทำให้กาแฟจากส่วนต่างๆของโลกมีรสชาติต่างกันออกไป เราสามารถแบ่งเขตการปลูกกาแฟในที่ต่างๆของโลกได้ 5 บริเวณดังนี้

อัฟริกา ได้แก่ เอธิโอเปีย เคนย่า เยเมน และไอเวรี่โคสต์
ลาตินอเมริกาและคาบสมุทรคาริเบี้ยน ได้แก่ คอสตาริก้า กัวเตมาลา จาไมก้า
อเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล โคลัมเบีย เปรู เวเนซูเอล่า
เอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินเดีย จีน พม่า ลาว เวียดนาม ไทย และ อินโดนิเซีย

ถึงตอนนี้ เพื่อนคงมีความเข้าใจเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟมากขึ้นนะครับ ส่วนชื่อเมนูต่างๆที่กล่าวไปตอนต้นนั้น อยู่ที่สัดส่วน วัตถุดิบ ต่างๆ ที่จะนำมาปรุงลงไป เพื่อให้เกิดเป็นเมนูต่างๆครับ ซึี่งเคยแบ่งปันไว้แล้วคราวก่อน ลองเปิดอ่านดูได้ครับ ^_