เมล็ดกาแฟ เก็บอย่างไรให้คงคุณภาพได้ดี

เหล่าผู้คนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ จนต้องไปหามาไว้ติดบ้าน อุตส่าไปซื้อหา เมล็ดกาแฟ พันธุ์ดี รสชาติถูกใจ หาซื้อเครื่องชงกาแฟคุณภาพดีมีมาตรฐาน เพื่อจะได้ดื่มกาแฟอร่อยๆ ที่บ้านได้ทุกวัน แต่ดื่มไปรสชาติกาแฟแย่ลงทุกวันๆ เพราะเก็บรักษาเมล็ดกาแฟไม่ถูกวิธี ของดีก็เลยกลายเป็นของไร้คุณภาพไปอย่างน่าเสียดาย แล้วทำอย่างไรถึงจะดื่มกาแฟอร่อยที่บ้านได้ทุกวัน มาดูวิธีการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟเพื่อให้คงคุณภาพกันเลย

เมล็ดกาแฟ ที่คั่วแล้วไม่ชอบอะไร
อากาศ เมล็ดกาแฟหลังคั่ว จะมีการเปลี่ยงแปลงภายใน ทำให้มีน้ำมันซึมออกมาเคลือบผิว น้ำมันส่วนนี้หากสัมผัสกับอากาศ จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหืน คล้ายน้ำมันเก่า

ความชื้นหรือไอน้ำในอากาศ
มันก็คือละอองน้ำนั่นเอง ถ้ามาสัมผัสกับเมล็ดกาแฟคั่วแล้ว จะทำให้ความกรอบของเมล็ดกาแฟลดลง ในน้ำยังมีส่วนประกอบเป็นออกซิเจนด้วย สิ่งนี้มีผลทำให้คุณภาพของกาแฟแย่ลงอย่างที่กล่าวไว้ในข้อแรก

ความร้อน
ภายหลังจากที่มีการคั่ว เมล็ดกาแฟ แล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในอย่างต่อเนื่องและยังไม่หยุดทันทีถึงแม้ว่าจะหยุดคั่วไปแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นต้องเรียกว่า เมล็ดกาแฟเริ่มนับอายุจากวันที่คั่วเสร็จเป็นวันแรก เพราะมันจะทำปฏิกิริยาจนเสื่อมลงไปเรื่อยๆ เร็วหรือช้าขึ้นอยู่ที่วิธีการเก็บรักษา
กาแฟหลังคั่ว ถ้าไม่เก็บในถุงบรรจุ จะมีคุณภาพดีแค่ 7 วันเท่านั้น
เก็บรักษาในถุงกระดาษ จะมีคุณภาพดีอยู่ประมาณ 2-3 สัปดาห์
เก็บรักษาในถุงฟรอย จะมีคุณภาพดีอยู่ประมาณ 1 เดือน
เก็บรักษาในถุงฟรอยที่มี one – way valve จะอยู่ได้นานสุดประมาณ 6 สัปดาห์
เก็บรักษาในกระป๋องที่มีการบรรจุก๊าซไนโตรเจนเข้าไปด้วย สามารถเก็บได้สูงสุด 3 ปีสำหรับความร้อนนี้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีในเมล็ดกาแฟ ให้เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น อายุของกาแฟก็จะสั้นลงเร็วขึ้นนั่นเอง
แสงแดด แสงแดดเป็นที่มาของความร้อน จึงเกิดผลดังที่กล่าวไว้ในข้อบน แต่หากเป็นแสดงที่ไม่มีความร้อนก็ไม่มีผลอะไร ทางที่ดีที่สุด เก็บไว้ให้ไม่โดนแดดจะดีกว่า

เก็บรักษาเมล็ดกาแฟที่บ้านอย่างไรดี
หลักการตรง ๆ ตัวก็คือ หลีกเลี่ยง 4 อย่างที่เมล็ดกาแฟไม่ชอบนั่นเอง มีวิธีการง่าย ๆ มาแนะนำดังนี้

เก็บเมล็ดกาแฟใน ถุงกาแฟ เพราะถุงกาแฟส่วนใหญ่จะทำมาเป็นฟรอยทึบแสงอยู่แล้ว หากเปิดใช้แล้ว ก่อนปิดถุงควรรีดอากาศออกจากถุงให้หมด พับปากถุงหลาย ๆ ชั้นเพื่อป้องกันอากาศเข้าถุง ติดสก็อตเทปหรืออาจจะใช้ตัวหนีบหนีบไว้ก็ได้ และควรจะนำถุงใส่ในกล่องที่มีฝาปิดสนิทอีกชั้นหนึ่ง
เก็บไว้ในที่ไม่โดนแสงแดด ความร้อน และความชื้น โดยสามารถเก็บในตู้เก็บวัตถุดิบ ชั้นวางของแห้ง ที่สำคัญไม่ควรเก็บในตู้เย็น เพราะหากนำกาแฟออกจากตู้เย็นแล้วจะเกิดหยดน้ำเกาะตัว ทำให้กาแฟโดนความชื้นได้
ควรเก็บรักษาเมล็ดกาแฟโดยเป็นยังเป็นเมล็ดอยู่ จะใช้เมื่อไหร่ค่อยนำมาบดแล้วกินให้หมดทันที เพราะกาแฟที่บดแล้ว มีพื้นที่ผิวสัมผัสกับภายนอกมากกว่า จะเก็บรักษาได้ยากกว่า อายุก็จะสั้นกว่านั่นเอง แต่หากบ้านไหนไม่มีเครื่องบดกาแฟ จำเป็นต้องให้ที่ร้านบดมาให้เลย วิธีการเก็บก็ไม่ต่างจากเมล็ดกาแฟทั่วไปตามอย่างขั้นต้น แต่รสชาติกาแฟก็ย่อมไม่เหมือนกาแฟที่เพิ่งบดใหม่แน่นอน เพราะฉะนั้นควรซื้อมาครั้งละพอประมาณโดยเก็บกินประมาณ 1 อาทิตย์

การเลือกซื้อเมล็ดกาแฟ ให้มีการเก็บรักษาที่ยืนยาว
กาแฟมีหลายยี่ห้อ หลายขนาดและหลายบรรจุภัณฑ์ มีทั้งขนาด 5 กิโลกรัม 1 กิโลกรัม 500 กรัม และ 250 กรัม แน่นอนว่าขนาดถุงเล็กที่สุดย่อมเก็บรักษาเมล็ดกาแฟได้นานกว่า เพราะการสัมผัสอากาศน้อยกว่า และบรรจุภัณฑ์ที่มีวาล์วปล่อยความดัน ก็จะช่วยให้อายุของกาแฟนานยิ่งขึ้น นอกจากนี้เราควรไปเลือกซื้อกาแฟจากโรงคั่วที่ทำใหม่ๆ หรือหากซื้อจากห้างร้านต่างๆ ให้ดูวันผลิต นับวันให้น้อยที่สุด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ดื่มกาแฟรสชาติดีเหมือนกันทุกวัน ที่บ้านได้แล้ว