อึ้ง! พบครูไทยติดพนันงอมแงม พาเหรดข้ามฝั่งเข้า”กาสิโน”โจ๋งครึ่ม

โครงการขับเคลื่อนสังคมและนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาการพนัน มูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์ ทำผลสำรวจสถานการณ์การเล่นพนันของข้าราชการไทยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา โดยพบว่าข้าราชการไทย โดยเฉพาะข้าราชครูเล่นการพนันเพิ่มขึ้นสูง ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน และสร้างปัญหาครอบครัวอย่างมาก

เมื่อวันที่ 2 เมษายนนายพงศธร จันทรัศมี ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนสังคมกล่าวว่า มีข้าราชการในจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีบ่อนกาสิโนข้ามไปเล่นการพนัน และได้รับผลกระทบทั้งเบาและหนัก โดยมีเรื่องร้องเรียนไปยังคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า มีข้าราชการครูในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สุรินทร์ ปราจีนบุรี ติดการพนันโดยเดินทางเข้าไปเล่นพนันในบ่อนประเทศกัมพูชาที่อยู่ทางด่านพรมแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนเกิดปัญหาหนี้สิน ครอบครัวแตกแยก ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนนักเรียนเป็นอย่างมาก และมีถูกลงโทษทางวินัยถึงขั้นถูกถอดถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไม่มีสิทธิสอนหนังสืออีกต่อไป

“เท่าที่มีตัวเลขอยู่ขณะนี้ พบว่ามีข้าราชการครูที่ถูกร้องเรียนว่า เล่นการพนันและอยู่ระหว่างพิจารณาลงโทษทางวินัยร้ายแรงกว่า 100 คน” นายพงศธรกล่าว

นายพงศธรกล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบว่าในจังหวัดสุรินทร์ คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนจังหวัดสุรินทร์ มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมูลเหตุของการกระทำผิดทางวินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญ ที่ทำให้ข้าราชการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ส่วนหนึ่งมาจากการเล่นพนันต่าง ๆ อาทิ พนันบอล การเล่นพนันตามบ่อนตามแนวชายแดน เป็นต้น เป็นเหตุต้องถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง จนผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานให้เฝ้าสังเกตการณ์ และกำชับผู้ใต้บังคับบัญชา พนักงานและลูกจ้างในสังกัดห้ามเดินทางไปเพื่อเล่นการพนันที่กาสิโนโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นจุดผ่านแดนใดๆ ก็ตาม รวมทั้งการพนันบอล และการพนันประเภทต่าง ๆ อีกด้วย

นายพงศธรกล่าวต่อว่า แม้จะมีการปราบปรามการเล่นการพนันอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณการยื่นฟ้องคดีนี้ในศาลไม่ได้ลดลง โดยข้อมูลจากศาลยุติธรรมระบุว่า ในปี พ.ศ.2555 มีคดีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 รวม 49,572 ข้อหา คิดเป็นลำดับที่ 3 ของสถิติคดีอาญา รองจากคดียาเสพติดให้โทษ และความผิดจราจรทางบก ซึ่งโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ต่ำสุดสำหรับความผิดในการเล่นพนันคือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 500 บาท โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ทั้งนี้ เมื่อเชื่อมโยงกับกฎหมายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 มาตรา 30 (10) ที่กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน จะต้องไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ซึ่งการกำหนดคุณสมบัติดังกล่าวพิจารณาตั้งแต่ผู้สมัครเข้าสอบรับราชการ ทำให้ผู้สมัครที่เคยถูกคำพิพากษาให้จำคุกมาก่อน แม้แต่ในคดีเล็กน้อยและคดีการพนันก็ไม่สามารถสมัครเข้ารับราชการได้

“เป็นข้าราชการอยู่แล้ว การเล่นหรือไม่เล่นพนันจริง อาจจะไม่ใช่ประเด็น แต่หากเข้าไปมีเอี่ยวและถูกพิจารณาว่า เป็นการกระทำอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงเช่น เป็นข้าราชการตำรวจหรือครู แต่ไปมีส่วนร่วมในบ่อนการพนัน อาจถูกพิจารณาได้ว่ากระทำผิดวินัย และอาจถูกให้ออกหรือไล่ออกจากข้าราชการได้ ซึ่งความผิดเล็กๆ นี้ อาจส่งผลกระทบต่ออนาคต ทางที่ดีคือไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงในแวดวงการพนัน” นายพงศธรกล่าว

4 สาเหตุ วัยรุ่นเสี่ยงติดพนัน

องค์การอนามัยโลกกำหนดให้พฤติกรรมติดการพนันเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง เรียกว่า Pathological Gambling หรือ โรคติดพนัน ซึ่งผู้เล่นการพนันจะมีความทุกข์จากการเล่นพนัน แต่ก็หยุดไม่ได้ยังคงต้องเล่นต่อไป
งานวิจัยทบทวนเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวจากการพนัน พบข้อมูลที่ยืนยันว่า การพนันไม่ใช่แค่เกมสนุก แต่เป็นเกมที่สามารถทำลายสมองของเด็กได้อย่างถาวร สถาบันวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพจิตในอเมริกา (National Institute of Mental Health) โดย Ernts และคณะ ได้ศึกษาโครงสร้างสมองของวัยรุ่นด้วยการถ่ายเอ็กซเรย์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) พบว่า สมองของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ชี้ให้เห็นว่า ช่วงวัยรุ่นตอนต้นเป็นวัยที่ยังขาดความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งสมองส่วนหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดที่ใช้เหตุผล (Prefrontal Cortex) จะพัฒนาสมบูรณ์ในช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป ถ้าวัยรุ่นหมกมุ่นหรือติดการพนันจะส่งผลให้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ไม่เพิ่มเนื้อสมอง สมองส่วนหน้าจะไม่พัฒนาอย่างถาวรและยังอาจถูกคัดทิ้ง (Pruning) เพราะไม่ได้ใช้งาน ส่งผลต่อระบบคิดและพฤติกรรมที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต คือ จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่อดทนรอความสำเร็จ หวังได้เงินมาอย่างง่ายๆ และรวดเร็ว
การพนันเป็นเกมที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกได้มาก ไม่ว่าผู้เล่นจะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้หรือเสีย ดังนั้นเด็กและเยาวชนจึงเป็นช่วงวัยที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะติดการพนันได้ง่ายและถอนตัวได้ยาก สาเหตุที่วัยรุ่นติดการพนันได้ง่ายมีดังนี้
1.สื่ออินเตอร์เน็ตออนไลน์ มีโฆษณามากมายบนโลกอินเตอร์เน็ตเพียงแค่คลิกก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้อย่างง่ายดาย
2.เพื่อน เพื่อนเป็นคนแนะนำให้เล่น และวัยรุ่นมีแนวคิดลองเล่นดูดีกว่า
3.ร้อนเงิน หรือ มีความต้องการวัตถุตามสมัยนิยมสูง
4.ปัญหาครอบครัวเกิดจากการที่ต้องการประชดพ่อแม่ หนีออกนอกบ้านและหาเงินใช้เอง บางคนหาทางออกด้วยการไปเล่นพนันทำให้ติดหนี้
นอกจากนี้เด็กและเยาวชนยังเข้าถึงแหล่งพนันได้ง่าย จากการจัดวงโฟกัสกรุ๊ปเยาวชนที่มีประสบการณ์ด้านพนัน (เมษายน 2554) มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่ที่เล่นการพนันมีสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการพนัน เช่น มีโต๊ะสนุกอยู่ใกล้บ้าน และในร้านสนุกเกอร์ก็มักจะมีตู้ม้าอยู่ด้วยเสมอ ในร้านสะดวกซื้อซึ่งตั้งอยู่ทุกหนทุกแห่งมักมีนิตยสารฟุตบอลที่บอกอัตราแต้มต่อสำหรับเล่นพนันฟุตบอล ตามมหาวิทยาลัยมีโต๊ะบอลตั้งอยู่รอบๆ มีเด็กเดินโพยบอลไปชวนเล่นพนันบอลถึงในมหาวิทยาลัย สิ่งเหล่านี้คนทั่วไปรับรู้ แต่ก็ปล่อยให้เกิดขึ้นต่อไป
ผลกระทบจากการพนัน ซึ่งทำให้หลายคนต้องเดินเข้าสู่ด้านมืดของสังคมอย่างไม่มีทางเลือก เหตุการณ์ที่บีบคั้นคือการติดหนี้พนันและถูกข่มขู่ให้หาเงินมาใช้หนี้ เด็กเยาวชนผู้ยังไม่สามารถประกอบอาชีพได้จึงหาทางออกด้วยการทำ สิ่งที่ผิดกฎหมายโดยมีผู้ใหญ่ชี้ช่องทางให้ (มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์, ตุลาคม 2554) ผลการวิจัยจากสหรัฐอเมริการะบุว่า 1 ใน 4 ของเยาวชนที่ติดการพนันมาจากครอบครัวที่มีพ่อแม่เล่นการพนัน เฉพาะกลุ่มที่ติดการพนันอย่างหนักมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงถึงร้อยละ 20 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น
ในต่างประเทศมีรูปแบบบริการป้องกันและแก้ไขปัญหาติดการพนันโดยเฉพาะ เพราะจัดว่าการติดพนันเป็นเรื่องผิดปกติ โดยบริการประกอบด้วยบริการปรึกษาทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง บริการให้คำปรึกษาผ่านอินเตอร์เน็ตรูปแบบโปรแกรมบำบัดและฟื้นฟูผู้มีปัญหาติดการพนัน ศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับผู้มีปัญหาและครอบครัว และศูนย์บำบัดและฟื้นฟูเฉพาะผู้มีปัญหาติดการพนัน
ปัจจัยที่ทำให้การพนันในสังคมไทยเพิ่มอย่างรวดเร็ว มีทั้งแรงกดดันจากภายนอก เห็นได้จากประเทศรอบข้างเราเปิดบ่อนกาสิโนมากมาย และคาดการณ์ว่าใน ปี 2015 ตลาดกาสิโนในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นจาก 29% เป็น 43%
ปัจจุบันพบว่าการพนันอยู่คู่กับคนไทยประชาชนจำนวนครึ่งหนึ่งของประเทศ 32 ล้านคนเคยเล่นการพนัน ที่น่าเป็นห่วงคือ ประมาณ 1.6 ล้านคนติดการพนันซึ่งเป็นปัญหาสังคมและปัญหาสุขภาพจิต

งงกันทุกคน! ทีมสมัครเล่นตุรกีถูกลงโทษหลังถล่มคู่แข่ง 20-0

อูลูเบย์ เบเลดิเยสปอร์ สโมสรในลีกสมัครเล่นของตุรกี ตกเป็นข่าวดัง หลังถูกประธานสโมสรลงโทษงดจ่ายโบนัส เหตุโชว์ฟอร์มสุดสวยด้วยการไล่ถล่ม คาราบุคสปอร์ คู่แข่งไปได้แบบขาดลอย 20-0

โดย อิซา เติร์กคาน ประธานสโมสรของทีมไม่พอใจที่ลูกทีมของตน นั้นยิงคู่แข่งมากเกินความจำเป็น แถมมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความอับอายให้กับคู่แข่ง จึงจัดการประกาศบทลงโทษด้วยการงดจ่ายโบนัสแก่นักเตะ รวมถึงสตาฟฟ์ทันที

“นักเตะของเราไม่ได้แสดงความเคารพต่อคู่แข่งเลย การยิงประตูมากมายขนาดนั้นเป็นการทำให้คู่แข่งต้องอับอาย ดังนั้นผมจะลงโทษพวกเขาและงดจ่ายเงินโบนัส” เติร์กคาน  กล่าว

โดย อูลูเบย์ เบเลดิเยสปอร์ เริ่มต้นซีซั่นได้อย่างสวยหรู เมื่อเป็นฝ่ายเก็บชัยได้หมดทั้ง 3 เกม ไล่ตั้งแต่ถล่ม คอร์กานสปอร์ 5-0, ต่อด้วยเฉือนเอาชนะ ตูร์นาซูยูสปอร์ และเกมล่าสุดที่ไล่ถล่ม คาราบุคสปอร์ 20-0

สถานีต่อไป! “เรือ” เต็งฉุด “เมสซี่” ร่วมทัพ, “ผี” ไม่แย่ง แต่อยากมาก็พร้อมรับ

สื่อต่างแดนพากันประโคมข่าว หลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลก ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า 2 ครั้ง 2 ครา และครั้งล่าสุด โดยยกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็งจ๋าที่จะได้ครอบครอง เป็นสถานีต่อไปของดาวเตะวัย 29 ปีกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า

หลังจาก ลิโอเนล เมสซี่ แข้งซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลก ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า 2 ครั้ง 2 ครา และครั้งล่าสุด ที่มีข่าวออกมาอีกว่ากัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า เรียกค่าเหนื่อยสูงถึง 825,000 ปอนด์ (ราว 37 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในสัญญาฉบับใหม่

ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าถิ่นคัมป์ นู อาจต้องเสียเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย และทีมที่มีโอกาสได้ครอบครอง เมสซี่ ก็มีไม่กี่สโมสร แต่สื่อยกให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็งจ๋ามีโอกาสมากสุด เป็นสถานีต่อไปของดาวเตะวัย 29 ปี ด้วยเหตุผลที่ทีมมีเงินมหาศาลและพร้อมสู้จ่ายค่าเหนื่อย

และยังจะได้กลับมาร่วมงานกับอดีตนายเก่าอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ตอนนี้กุมบังเหียนนายใหญ่ประจำถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม และอีกประการคือ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริร่วมเมือง จะไม่แย่ง เพราะเข้าใจดีถึงสถานการณ์นักเตะอยากสวมเสื้อ “เรือใบ” มากกว่า “ผีแดง” ยกเว้นแต่ว่าเจ้าตัวสนใจอยากย้ายมาเล่นด้วย

ฮือฮา ภาพแสงอาทิตย์ส่องก้อนเมฆ คนมองเป็นรูปพ่อหลวง

(18 พ.ย.) ในหน้าสังคมออนไลน์เฟสบุ๊คของชาวลำปางขณะนี้กำลังให้ความสนใจ ทั้งกดไลท์ และแห่แชร์ภาพท้องฟ้าขณะที่ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้าในช่วงค่ำ โดยในภาพบริเวณขอบฟ้าพบก้อนเมฆแปลกประหลาดในลักษณะก่อตัวในแนวตั้ง โดยมีแสงพระอาทิตย์ส่องออกมากระทบ เมื่อมองดู้ก้อนเมฆดังกล่าว ชาวลำปางถึงกับต้องตะลึง เมื่อก้อนเมฆมีรูปร่างคล้ายพ่อหลวง ทำให้ชาวลำปางต่างกดไลค์และแชร์ส่งต่อกันไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงหลายคนก็มีการแสดงความคิดว่า “เพราะภาพของพ่อหลวงอยู่ในใจ และในความทรงจำ จึงทำให้มองก้อนเมฆดังกล่าวเป็นภาพของพ่อ”

โดยจากการตรวจสอบที่มาของภาพดังกล่าวประกอบกับทางเพจเฟซบุ๊คของสมาคมกู้ภัยวังเหนือ จ.ลำปาง ก็ได้ออกประกาศตามหารายละเอียดเช่นกัน จึงทำให้ทราบว่าภาพที่เห็นนั้นถูกถ่ายขึ้น 2 ภาพ เป็นภาพที่ถูกถ่ายจากโทรศัพท์มือถือของเด็กนักเรียน ระดับชั้น ม.4 ของโรงเรียนวังเหนือวิทยา อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ซึ่งขณะที่เด็กนักเรียนคนดังกล่าวกำลังนั่งรถตู้กลับบ้าน หลังเลิกเรียน เมื่อรถยนต์ตู้รับส่งนักเรียน วิ่งมาถึงเขตบ้านทัพป่าเส้า ต.วังเหนือ อ.วังเหนือ ก็ได้พบเห็นภาพก้อนเมฆดังกล่าว ก่อนที่จะใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไว้ได้ ท่ามกลางสายตาของเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ที่เห็นก้อนเมฆดังกล่าวเช่นกัน ก่อนที่เด็กนักเรียนคนดังกล่าวจะส่งต่อภาพให้เพื่อนๆ นักเรียน จนกระทั่งถูกนำมาลงในโซเชียลมีเดีย จนแชร์สะพัดในหน้าสังคมออนไลน์

ตุ๊กกี้ ตอกกลับ เบส อรพิมพ์ ทนไม่ได้พาดพิงคนอีสาน

ตุ๊กกี้ ตอกกลับ เบส อรพิมพ์ ทนไม่ได้พาดพิงคนอีสาน

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล หลังจาก เบส อรพิมพ์ นักพูดที่กำลังเป็นที่โด่งดังอยู่ในขณะนี้ พูดเรื่องราวเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน และที่มีเนื้อหาคล้ายกับดูหมิ่นคนท้องถิ่น กล่าวพาดพิงชาวอีสาน สร้างความไม่พอใจให้กับคนอีสานจำนวนมาก

ล่าสุด (18 พ.ย.) เฟซบุ๊ก Tukky Sudarat ของ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน นักแสดงตลกสาวชาวอุดรธานี ซึ่งเป็นลูกอีสานโดยกำเนิด ได้โพสต์ข้อความตำหนินักพูดคนดังกล่าว ระบุว่า…

“บารมียังไม่พออย่าไปกล่าวถึงใคร เอาเรื่องตัวเองเท่านั้นจะดี โลกไปไกลคำพูดถ้าพาดพิงมันจะกลับมาทำลายเรา ! เอาเรื่องในหลวงมาพูด จนมีงานการทำ นี่ก็ควรจะพอแล้วไปพูดถึงคนอีสานทำไมเอาเรื่องเดียวพอแล้ว จำไว้ใคร ๆ ก็รักในหลวงทั้งนั้น”

การพนันในสังคมไทย

สังคมไทยมองว่าคนเล่นการพนันไม่ใช่คนเลว ถ้าเล่นเพื่อความสนุกสนาน สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน หรือเล่นเพื่อเสี่ยงโชค แต่กลุ่มที่เป็นปัญหาคือ “นักพนัน” เป็นคนไม่ดี เป็นคนที่หมกมุ่นหรือใช้เวลาส่วนใหญ่เพื่อการเล่นพนัน แสวงหาที่จะเล่นพนันตลอดเวลา ทุกรูปแบบ ซึ่งในแต่ละชุมชนจะมีกลุ่มที่เป็นปัญหาหรือเรียกว่า “นักพนัน” ไม่กี่คน

เมื่อการเล่นพนันไม่ใช่ปัญหา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยเกือบ 77% เคยเล่นการพนันมาแล้ว โดยผู้ที่มีอายุต่ำสุดในการเล่นพนันครั้งแรกมีอายุเพียง 7 ปี และสถานที่เล่นการพนันครั้งแรกๆมักอยู่ในบ้าน ละแวกบ้าน หรือในโรงเรียน

คนเล่นพนันบางคนค่อยๆพัฒนาการเล่นจากวงเล็กไปสู่วงที่ใหญ่ขึ้นๆ และมีโอกาสกลายเป็น “นักพนัน” ในที่สุด อาจารย์ผาสุก พงษ์ไพจิตร และคณะ ได้ทำการสำรวจและให้ข้อมูลในหนังสือ อุตสาหกรรมการพนัน พบว่า ปี 2539-2541 ธุรกิจการพนันผิดกฎหมายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ 1) หวยใต้ดิน 2)บ่อนเถื่อน และ3)พนันฟุตบอล การพนันเหล่านี้ทำเงินให้กับผู้ให้บริการการพนันสูงถึง 138,000-277,000 ล้านบาทต่อปี

อีก 1 รอบนักษัตรต่อมา สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำการ สำรวจสถานการณ์การพนัน ซ้ำอีกรอบ พบว่า ปี2553 หวยใต้ดินยังครองแชมป์อันดับหนึ่งของการพนันไทยควบคู่กับสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีการพนันในบ่อนและการพนันฟุตบอลติดอันดับตามมา และประมาณการจำนวนเงินที่สะพัดในอุตสาหกรรมการพนันตลอดทั้งปีสูงถึง 357,275 ล้านบาท

หวยใต้ดินและสลากกินแบ่งรัฐบาล

เป็นการพนันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ปี 2553 มีจำนวนคนเล่นหวยใต้ดินและสลากกินแบ่งสูงพอๆกัน คือเกือบ 20 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนรวมกันตลอดทั้งปีสูงถึง 178,827 ล้านบาท

หวยใต้ดินที่มีจำนวนผู้เล่นมากที่สุดและมีวงเงินเล่นพนันสูงสุดผูกติดกับการออกรางวัลสลากกินแบ่งเดือนละ 2 ครั้ง ส่วนหวยอื่นๆ เช่น หวยหุ้น หวยปิงปอง จับยี่กี่ หวยต่างประเทศ ทั้งประเทศลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ เป็นการเล่นในกลุ่มเฉพาะ

สลากกินแบ่งก็ได้รับความนิยมไม่น้อย ปัจจุบันสลากกินแบ่งมียอดพิมพ์จำหน่ายงวดละ 68 ล้านฉบับ เป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล เอากำไรเข้าคลัง 50 ล้านฉบับ และสลากการกุศล เอาเงินไปให้องค์กรสาธารณะตามที่ปรากฏบนหน้าสลาก 18 ล้านฉบับ

ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือ การขายสลากเกินราคา จาก 80 บาท ขายกันจริงๆ 100-120 บาทต่อฉบับ ส่วนต่างอีก 25-50% นั้น รัตพงษ์ สอนสุภาพ และศรัณย์ ธิติลักษณ์ ทำวิจัยเรื่องนี้ พบว่า เกิดจากโครงสร้างการกระจายสลากที่มีลักษณะกระจุก ทำให้เกิดการผูกขาดและมีการปั่นราคา

ล่าสุดเกิดกรณีปัญหาแชร์ลูกโซ่สลากกินแบ่ง สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งหนึ่งทางภาคอีสานก้าวเข้าสู่วงจร หวังนำรายได้ไปสร้างสวัสดิการให้ครู หลงลืมว่าการกระทำนี้เท่ากับยอมเป็นเครื่องมือในการเอาเปรียบผู้บริโภค คุณครูหลายท่านเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนถึงวิชาชีพของ “คนเป็นครู” ใครคือผู้ใช้องค์กรครูเป็นเครื่องมือทำเรื่องไม่เหมาะสม ทุกฝ่ายช่วยกันจัดการ..ด่วน

พนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล

เป็นการพนันที่เติบโตรวดเร็วมากในช่วง 4-5 ปีมานี้ เฟื่องฟูขึ้นตามการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ปี 2553 มีจำนวนคนเล่นพนันบอลสูงกว่าล้านคน มีเงินหมุนเวียนตลอดปีสูงถึง 38,005 ล้านบาท

กระแสการเล่นพนันบอลที่กระจายสู่สังคมวัยรุ่น ทำให้นักศึกษาที่แม่โจ้ รัฐชาติ พรรษา และคณะ ทำการศึกษาเรื่อง พนันฟุตบอลรอบรั้วมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2553 พบว่า นักศึกษาที่เล่นพนันบอลมากสุดคือ ชั้นปี 3 และ นักศึกษาส่วนใหญ่คิดว่า นักศึกษาที่เล่นพนันบอลส่วนใหญ่สามารถรับผิดชอบผลการเรียนได้ มีเพียงบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เพราะเล่นพนันเกินรายได้ ทำให้มีปัญหาหนี้สิน ต้องนำเวลามาหาเงินใช้หนี้พนัน และบางรายมีปัญหาถูกทวงหนี้แบบนอกระบบ

การขยายตัวของการพนันในรั้วมหาวิทยาลัย จะทำให้นักศึกษากลุ่มหลังมัวเมากับการเล่นพนัน ใช้เวลาและความคิดกับการพินิจพิจารณาว่าจะเล่นทีมไหน รอลุ้นผลการแข่งขันจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน เกิดความเครียดและความเสื่อมถอยทางสุขภาพจิต สุขภาพกาย

แต่อะไรทำให้นักศึกษากลุ่มหลังก้าวเข้าสู่วังวนแห่งปัญหา รัฐชาติและคณะมิได้กล่าวถึง ดังนั้นการหาทางแก้ไขจึงยังไม่ปรากฏ

ผู้ใหญ่คิดอย่างไรกับการพนันฟุตบอล?

ผู้นำชุมชนคิดต่างเรื่องผลกระทบ และกังวลว่า ในไม่ช้าจำนวนผู้เล่นพนันบอลจะแซงหน้าคนเล่นหวย เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ เช่น

  • การเล่นพนันบอลมีลักษณะแอบแฝงกับการกีฬา ทำให้ผู้เล่นรู้สึกไม่ถูกเพ่งเล็ง สามารถอ้างว่าสนใจกีฬามากกว่าเล่นการพนัน การพนันเป็นเพียงผลพลอยได้ เป็นส่วนเสริม และที่สำคัญ การพนันที่แทรกมากับกีฬายังถือเป็นการเล่นพนันอีกระดับหนึ่งที่ “ดูเท่ห์” ไม่ได้เล่นเอารวยเหมือนการพนันชนิดอื่นๆ
  • การเล่นพนันบอลทำได้ง่าย โพยบอลกระจายไปทั่ว สื่อนำเสนอเนื้อหาสนับสนุน กระตุ้นให้รู้สึกว่าเล่นพนันฟุตบอลเป็นเรื่องธรรมดา
  • ในหลายจังหวัด เย็นวันศุกร์และเสาร์ ท้องถนนจะมีบรรยากาศแบบวัยรุ่น ตามร้านขายอาหาร ร้านเหล้าเล็กๆ จะตั้งทีวีถ่ายทอดสดฟุตบอล วัยรุ่นมานั่งกินดื่ม เล่นพนันและเชียร์บอล

และเหตุผลส่วนบุคคลของนักศึกษาที่เล่นพนันบอล คือ

  1. ความต้องการรายได้ เพื่อให้การใช้ชีวิตมีความสุขสบายมากขึ้น
  2. อิทธิพลของสื่อ โดยเฉพาะหนังสือวิเคราะห์เกมฟุตบอลและหนังสือพิมพ์กีฬา เช่น สปอร์ตพูล สตาร์ชอคเก้อร์ สปอร์ตแมน
  3. อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมด้านที่พักอาศัย
  4. อิทธิพลจากกลุ่มเพื่อน

“พนันฟุตบอล” จึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อจะเข้าสู่ฤดูแข่งขันใหญ่ทุก 2 ปี สลับระหว่างฟุตบอลโลกกับฟุตบอลยูโร

หลายหน่วยงานมีนโยบายและมาตรการต่อต้านเด่นชัด แต่ผลลัพธ์ที่ผ่านมาคือ ยิ่งต้านจำนวนผู้เล่นพนันบอลยิ่งเพิ่ม และเพิ่มปริมาณอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากผู้เล่นพนันบอลส่วนใหญ่รู้สึกว่าการเล่นพนันบอลเป็นเพียง “เรื่องขำๆ”

8 มิถุนานี้ ฤดูแข่งขันยูโร 2012 จะเริ่มต้นอีกครั้ง ถ้าไม่อยากให้คนที่เรารัก “ขำไม่ออก” เพราะเสียพนันจนเป็นหนี้ ทุกคนต้องช่วยกันสอดส่อง อย่าปล่อยให้คนใกล้ตัวหมกมุ่นกับการพนันฟุตบอลจนเสียงาน เสียสุขภาพ และอาจจะเสีย…

ความเห็นไม่ตรงกัน พนันถูกกฎหมายหรือไม่?

ฝ่ายสนับสนุน ให้มุมมองจากโลกที่เป็นจริงว่า การพนันในสังคมไทยมีอยู่ทั่วไป และในทางปฏิบัติก็ไม่มีทางควบคุมได้ทั้งหมด ถ้าทำการพนันให้เป็นธุรกิจถูกกฎหมาย จะทำให้รัฐบาลเก็บภาษีจากการพนัน และลดทอนบทบาทของกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ได้

ฝ่ายค้าน โต้จากมุมมองของหลักการ หลักศีลธรรม เห็นว่าการทำให้การพนันเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย คือการสร้างความชอบธรรมและส่งเสริมการเล่นพนัน ทำให้คนเล่นพนันได้ง่ายขึ้น และผลกระทบทางลบของการพนันจะบานปลาย เช่น การเป็นหนี้ ละงาน ขาดความรรับผิดชอบ ภาวะครอบครัวแตกแยก และอาชญากรรม

และที่สำคัญที่สุดคือ สังคมไทยขาดประสบการณ์ ทำให้ขาดความเชื่อถือในการกำกับดูแลและคิดว่าระบบการทำงานของตำรวจและนักการเมืองยังไม่พร้อม ตอกย้ำความเชื่อว่า การทำการพนันให้ถูกกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย ไม่เป็นประโยชน์กับสังคมโดยรวม แต่จะให้ผลประโยชน์ส่วนตัวกับนักธุรกิจและนักการเมืองบางกลุ่มบางคนเท่านั้น

ภาวะการยันกันอยู่ ทำให้นโยบายเรื่องอุตสาหกรรมการพนันไม่อาจหาข้อสรุปได้ จุดเริ่มต้นสำคัญของการแสวงหาคำตอบ คือการทำให้สาธารณชนมีการอภิปรายประเด็นการพนันอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้คนในชุมชนคุยเรื่องการพนัน สร้างข้อถกเถียงกันตั้งแต่ระดับชุมชน เพื่อทำให้สังคมรู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันและสามารถจัดการตัวเองในทุกระดับ

ทหาร-ตำรวจ สนธิกำลังจับบ่อนพนัน

ทหาร ตำรวจ บุกทลายบ่อน 2 แห่งย่านชานเมืองหาดใหญ่ รวบนักพนัน 29 คน พร้อมรถยนต์รถจักรยานยนต์หลายคัน พบลักลอบเปิดบ่อนวิ่ง เจ้าหน้าที่เผยเร่งปราบปรามบ่อนการพนัน

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที 13 มิ.ย. 59 พ.อ.ชัยวิทย์ พิมพ์ทอง รองผู้อำนวยการกองข่าวภัยแทรกซ้อน สำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า พ.ต.อ.กิตติชัย สังข์สังขถาวร ผกก. สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นำกำลังทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า และตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประมาณ 50 นาย บุกจู่โจมจับกุมบ่อนการพนันโปปั่น และไพ่ป๊อกเด้ง 2 แห่ง ที่ลักลอบเปิดเล่นย่านชานเมืองหาดใหญ่ จ,สงขลา

โดยจุดแรกเป็นบ่อนโปปั่น ตั้งอยู่ภายในซอยรัตนไชย หลังมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นโกดังเก็บของเก่า และได้นำเต้น 2 หลังมาตั้งทำเป็นชั่วคราว หรือบ่อนวิ่ง ขณะเข้าปิดล้อมจับกุมนักพนันได้แตกกระเจิงวิ่งหนีกันไปคนละทางบางคนมุดเข้าไปหลบได้แค่บางคนวิ่งหนีหายเข้าไปในป่า สามารถจับกุมได้ 16 คน เป็นชาย 10 คนหญิง 6 คน ยึดรถเก๋งอีก 4 คัน รถกระบะ 3 คันและรถจักรยานยนต์ 28 คัน พร้อมอุปกรณ์การเล่นพนันโปปั่น ชิพแทนเงินสด และสมุดตารางเจ้ามือว่า แต่ละคนเล่นเวลาไหน ซึ่งในตารางระบุเปิดเล่นมาแล้ว 12 วัน วิทยุสื่อสารเพื่อติดตามความเคลื่อนของตำรวจ

และจุดที่ 2 เป็นบ่อนการพนันโปปั่น และไพ่ป๊อกเด้ง ตั้งอยู่ในซอย 21 คลองเตย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งตั้งอยู่ในป่าละเมาะกางเต้น เป็นบ่อนวิ่งเหมือนกับจุดแรก จับกุมนักพนันได้ 13 คน เป็นชาย 7 คนและหญิง 6 คน ยึดรถจักรยานยนต์ 20 คัน รถยนต์2คัน และเงินสดกว่า 4,005 บาท และสภาพน่าจะเพิ่งเปิดเล่นมาได้เพียงไม่กี่วัน

รายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวนักพนันพร้อมของกลางจากบ่อนทั้ง 2 แห่ง ไปควบคุมที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรอการสอบสวนและแจ้งข้อหาดำเนินคดีอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ และจะขยายผลว่ามีใครเป็นเจ้าของบ่อนหรืออยู่เบื้องหลังการเปิดบ่อนทั้งสองแห่ง

พ.อ.ชัยวิทย์ กล่าวว่า ทหารจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจ ยังปราบปราม และจับกุมบ่อนการพนัน ที่ลักลอบเปิดในพื้นที่ จ.สงขลา อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 59 ได้บุกจับกุมบ่อนการพนันในพื้นที่บ้านด่านนอก ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา เมืองท่องเที่ยวชายแดนไทย มาเลเซีย จับกุมนักพนันทั้งชาวมาเลเซีย และคนไทย ได้ 224 คน และเงินสดกว่า 2 ล้านบาท.

ตามฝันจากเด็กเก็บบอล!นัสตพลเปิดใจเบื้องหลังซบฉลามเพราะสุทธินันท์

ตามฝันจากเด็กเก็บบอล!นัสตพลเปิดใจเบื้องหลังซบฉลามเพราะสุทธินันท์

นัสตพล มาลาพันธ์ กองหลังน้องใหม่ทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์ผ่าน FA Thailand ถึงชีวิตการเล่นฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็กกระทั่งเข้าสู่รั้วช้างศึกเป็นครั้งแรกในการเตรียมทีมแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กับ ออสเตรเลีย และ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ

เซนเตอร์ฮาล์ฟวัย 22 ปี เจ้าของส่วนสูง 182 ซม. เพิ่งได้ลงสนามในนามทีมชาติไทยครั้งแรกหลังถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองช่วง 8 นาทีสุดท้ายแทน อดิศร พรหมรักษ์ ในเกมเสมอออสเตรเลีย 2-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

แนวรับจากฉลามชลที่ถูกยืมตัวมาจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็เล่าถึงเรื่องราวชีวิตของเขาตั้งแต่ออกจากบ้านเกิดที่จ.ชัยภูมิสมัยเด็กเพื่อมาอยู่โรงเรียนเทศบาล 1 วัดพระงาม ใน จ.นครปฐม เมื่ออายุ 12 ปี แต่ที่นั่นทำให้เขาได้พบกับต้นแบบลูกหนังอย่าง สุทธินันท์ พุกหอม ที่ปัจจุบันกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมในระดับสโมสร

“ผมจำได้ว่าช่วงนั้นฟุตบอลไทยกำลังบูมขึ้นมา มีข่าวเยอะแยะเต็มไปหมด ระหว่างอยู่ที่นั่น นครปฐม แข่งขันโปรวินเชียลลีก ผมเป็นเด็กเก็บบอลข้างสนามเกือบทุกนัด” นัสตพล กล่าวในช่วงหนึ่งของบทสัมภาษณ์กับเว็ปไซต์สมาคมกีฬาฟุตบอล

“ผมชื่นชอบพี่เอ็ม (สุทธินันท์ พุกหอม) มากๆ เขาเป็นกองหลังที่ทุ่มเท ดุดัน มันทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจ อยากไปยืนตรงจุดนั้นสักครั้ง และวาดฝันมาตลอดว่าอยากไปเล่นเคียงข้างพี่เอ็ม แต่ตอนนั้นผมเป็นเด็กเก็บบอล ไม่เคยบอกหรือคุยกับพี่เขาเป็นการส่วนตัวเลยครับ”

จากนั้นเกือบ 10 ปี นัสตพล ได้ย้ายออกจากนครปฐมและค่อยๆไต่เต้าจากการเล่นบอลนักเรียน ,ดิวิชั่น 2 ,ดิวิชั่น 1 ก่อนจะไปทีมใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และได้กลับมาพบกับไอดอลลูกหนังของเขาอีกครั้งที่ฉลามชล

“ตอนที่จะย้ายก็มีทีมอื่นติดต่อเข้ามา แต่ผมเลือกไปชลบุรี เอฟซี เพราะ เป็นทีมใหญ่ ผมยังอยากเล่นไทยลีก และที่สำคัญเป็นความฝันของผมอยู่แล้วที่อยากเล่นกับพี่เอ็ม (สุทธินันท์ พุกหอม)” นัสตพล พูดถึงการย้ายจากบุรีรัมย์มาด้วสัญญายืมตัว

“อย่างไรก็ตามแม้ผมจะยังไม่ได้เล่นด้วย เพราะพี่เอ็ม (สุทธินันท์ พุกหอม) เจ็บอยู่ แต่ผมก็บอกเขาไปว่าที่ผมมาชลบุรี ก็เพราะอยากเล่นกับพี่ เขาก็ยิ้มๆแล้วบอกว่าให้รอไปก่อน แต่เขาไม่เคยรู้นะว่าครั้งหนึ่งผมเคยเก็บบอลให้เขาที่ นครปฐม”

‘ธนบูรณ์’ เผยเหตุไร้ชัย ส่งผลให้ ‘ช้างศึก’ มุ่งมั่นกว่าเดิม

“ธนบูรณ์ เกษารัตน์” แนวรับคนเก่งของ ทีมชาติไทย ระบุ การที่ทัพช้างศึกยังไม่ชนะใครในรอบนี้ ไม่ได้ทำให้ความมั่นใจลดลง แต่ทำให้ทีมมุ่งมั่นกว่าเดิมในเกมซดออสเตรเลีย ยอมรับ เป็นรองทุกทีม แต่ขอสู้ให้ถึงที่สุด…

ภาพประกอบข่าว

วันที่ 12 พ.ย. 59 “เจ้าตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองหลังคนสำคัญทีมชาติไทย ยืนยันว่าทัพช้างศึกยังมุ่งมั่นที่จะทำผลงานให้ดี ในเกมที่เตรียมเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย แม้ 4 นัดที่ผ่านมาจะยังไม่ชนะใคร

พลพรรคช้างศึกเป็นทีมเดียวของกลุ่มบี ที่ยังไม่ชนะใครจาก 4 นัดแรก ก่อนมีโปรแกรมเปิดบ้านพบกับเจ้าของแชมป์เอเชียนคัพปีล่าสุด ซึ่งยังไม่แพ้ใครโดยทำผลงานชนะ 2 เสมอ 2 มี 8 คะแนน นั่นก็ทำให้ดาวเตะวัย 23 ปีออกมาเผยถึงมุ่งมั่นของทีมแม้จะยังไม่ชนะใครเลยใน 4 นัดที่ผ่านมา

“การที่ยังไม่ชนะใคร ไม่ได้มีผลต่อความมุ่งมั่นของเรา ผมคิดว่ามันทำให้เรามุ่งมั่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็มุ่งมั่นเต็มที่ เพียงแต่ผลการแข่งขันมันไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ”

“เราไม่ได้เปรียบทีมไหนเลยในรอบนี้ เราเป็นรองทุกทีม แต่ที่ผ่านมาเราก็พยายามสู้เต็มที่ เราพยายามเล่นในรูปแบบของเรา สไตล์ของเรา เป็นตัวของตัวเองเพื่อสู้กับเขา แม้อาจสู้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่เราก็สู้เต็มที่ พยายามไม่ให้เขาเล่นง่าย”

“ออสเตรเลีย เป็นทีมที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว มีลูกเปิดจากด้านข้างที่อันตราย เพราะกองหน้ารูปร่างสูงใหญ่ อีกทั้งแดนกลางก็แทงบอลทะลุช่องได้ดี เป็นสิ่งที่เราต้องระวัง แต่ในแง่ความกดดัน แม้เราจะไม่ชนะใคร แต่ด้วยชื่อชั้น ผมคิดว่าออสเตรเลียกดดันมากกว่าเรา”

“ผมอยากบอกว่านักฟุตบอลทุกคนยังสู้ พวกเราไม่เคยท้อ พวกเราเข้าใจและเคารพทุกคำวิจารณ์ของแฟนบอล ซึ่งเกมวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ พวกเรายังอยากเห็นแฟนบอลเข้ามาให้กำลังใจพวกเรา ยังอยากเห็นกองเชียร์เต็มสนาม และแน่นอนว่าทุกวินาทีพวกเราจะลงเล่นด้วยความมุ่งมั่นเหมือนที่ผ่านมา” ดาวเตะวัย 23 ปีกล่าวปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทย จะเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ จ.นครราชสีมา ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน และมีโปรแกรมเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 5 วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ก่อนเดินทางไปป้องกันแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016