ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด ฉีด ป้องกันไข้หวัดใหญ่

 

สคร.5 ราชบุรี เน้น  มาตรการ ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด ฉีด ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่  ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง
นายแพทย์อรรถพล ชีพสัตยากร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ในหลายพื้นที่เริ่มเย็นลง และบางพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่วนในช่วงกลางวันก็มีอากาศร้อนอบอ้าว ประกอบกับความชื้นและความหนาวเย็นจะทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ที่มักมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งมีประชาชนที่มาอยู่รวมกันจำนวนมาก อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยและติดต่อกันได้ง่ายกว่าช่วงปกติ จากข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังโรคกลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี ตั้งแต่ มกราคม– ตุลาคม 2559 เขตสุขภาพที่ 5 ได้รับรายงานผู้ป่วยจำนวนทั้งสิ้น 5,396 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 103.58 ต่อประชากรแสนคน จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือจังหวัดนครปฐม รองลงมาได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี ราชบุรี และ สุพรรณบุรี
นายแพทย์อรรถพล กล่าวต่อไปว่า โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ระบาดได้ตลอดปี มักเกิดในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง สามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง โดยการหายใจ การสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะ หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคัดจมูก น้ำมูก ไหล ไอจาม ปวดเมื่อยตามตัว ส่วนไข้หวัดใหญ่จะมีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะโดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว ต่อมาจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ อาการมักจะเป็นอยู่ 2-4 วัน แล้วไข้จะลดลง ควรเช็ดตัวลดไข้ให้ผู้ป่วยด้วยน้ำอุ่น ให้ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มาก ๆ งดดื่มน้ำเย็นจัด รับประทานอาหารอ่อน ๆ และใช้มาตรการ ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด ฉีด คือ ปิดปากจมูกเมื่อป่วย ไอ จาม สวมหน้ากากอนามัย หรือไอใส่ต้นแขนตนเอง ล้างมือบ่อย ๆ ก่อนรับประทานอาหาร หลังไอ จาม หรือสั่งน้ำมูก เลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้มีอาการป่วย มีไข้ ไอ จาม สถานที่คนมาอยู่รวมกันจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงที่มีโรคระบาดมาก หยุดงาน หยุดเรียน หยุดกิจกรรมกับผู้อื่น เมื่อป่วย เพื่อให้หายป่วยเร็ว และไม่แพร่เชื้อให้คนอื่นและฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับกลุ่มเสี่ยง ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

“ไข้หวัดใหญ่” ระบาดช่วงปลายฝน

“กรมควบคุมโรค” เผย “ไข้หวัดใหญ่” ครึ่งเดือน ต.ค. ป่วยเกือบ 1 หมื่นคน ระบุช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้เสี่ยงที่จะเจ็บป่วยและติดต่อกันได้ง่ายกว่าช่วงปกติ
นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ในหลายพื้นที่เริ่มเย็นลงและบางพื้นที่ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่วนในช่วงกลางวันก็มีอากาศร้อนอบอ้าว ประกอบกับความชื้นและความหนาวเย็นจะทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ที่มักมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงอากาศเปลี้ยนแปลงนี้ ซึ่งมีประชาชนที่มาอยู่รวมกันจำนวนมาก อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยและติดต่อกันได้ง่ายกว่าช่วงปกติ
จากข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–17 ตุลาคม 2559 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่แล้ว 123,564 ราย เสียชีวิต 22 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ อายุแรกเกิด-4 ปี รองลงมาคือ 5–9 ปี และ 10–14 ปี ตามลำดับ เฉพาะวันที่ 1–18 ตุลาคม 2559 มีจำนวนผู้ป่วยแล้ว 9,176 ราย ซึ่งพบว่าผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยมีจำนวนผู้ป่วยสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง และมีจำนวนสูงกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ถึง 2 เท่า ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อัตราป่วย 646.59 ต่อประชากรแสนคน มีผู้ป่วยจำนวน 36,806 ราย รองลงมาคืออุตรดิตถ์และเชียงใหม่ มีอัตราป่วย 494.57 และ 492.41 ตามลำดับ ส่วนสายพันธุ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ที่พบในประเทศไทยในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ A(H1N1) , A(H3N2) และสายพันธุ์ B ยืนยันไม่มีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
นพ.เจษฎา กล่าวต่อว่า โรคไข้หวัดใหญ่นั้น ติดต่อจากการไอ จามรดกัน อาการจะเริ่มด้วยมีไข้สูง ตัวร้อน หนาว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่หลัง ต้นแขน ต้นขา ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ โดยในเด็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงได้มากกว่าผู้ใหญ่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง อาการจะทุเลาลงและสามารถหายป่วยได้เองภายใน 5-7 วัน แต่บางรายที่มีภาวะแทรกซ้อน ทำให้เกิดอาการที่รุนแรง เช่น ปอดบวม สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับอักเสบ หายใจเร็ว เหนื่อย หอบ หายใจลำบาก ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้
สำหรับการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในกรณีที่มีประชาชนมาอยู่รวมกันจำนวนมาก ขอให้ผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก แม้จะมีอาการไม่มากควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 7 วันนับจากวันเริ่มป่วยหรือหลังจากหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน และไม่ควรเข้าร่วมงานหรือกิจกรรมกับคนหมู่มาก แต่หากจําเป็นต้องเข้าร่วมงาน ให้ดูแลตนเองและคนรอบข้าง โดยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและล้างมือบ่อยๆ
ส่วนผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ และผู้มีโรคอ้วน ควรหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อดังกล่าวได้ ส่วนการให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยงนั้น จะสามารถป้องกันโรคได้ร้อยละ 60-70 ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว เพราะจะป้องกันความรุนแรงจากอาการแทรกซ้อนได้