หญิงวัย 30 คลอดลูกบนรถบัส

จากเหตุการณ์ที่ นางเสริฐ มาลากุล หญิงสาวชาวลาวท้องแก่ วัย 30 ปี เกิดเจ็บท้องใกล้คลอดระหว่างโดยสาร บัสโดยสาร 99 VIP 2 ชั้น สีฟ้าคาดชมพู สายนครพนม-กรุงเทพฯ ทะเบียน 15-5818 กท. เลขข้างรถ ม.4(ก) 26-1123 ที่มีนายประสิทธิ์ ธงทอง พนักงานขับรถ

07-5

ขณะรถวิ่งผ่านผาเสวยกลางภูพาน มุ่งหน้าจังหวัดสกลนคร ปรากฎว่า นางเสริฐ เกิดอาการเจ็บท้องใกล้คลอด อย่างหนัก โรงพยายาลก็ยังอยู่อีกไกล คนขับผู้โดยสารต่างตกใจทำอะไรไม่ถูก

โชคดีที่ได้ น.ส.กีรติยา อุ่นเจริญ นักสังคมสงเคราะห์ รพ.จิตเวชราชนครินทร์นครพนม ผู้โดยสารที่นั่งมาบนรถด้วยกัน ช่วยทำคลอด โดยได้โทรศัพท์สอบถามวิธีทำคลอดกับเพื่อนที่เป็นพยาบาลเป็นระยะๆ

ขณะที่ ผู้โดยสารคนอื่นๆก็ได้แต่ ลุ้นและภาวนาให้แม่และเด็กปลอดภัย

และแล้วชีวิตใหม่ก็ได้ออกมาดูโลก เด็กคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย เป็น เพศชาย ทุกคนลงความเห็นและตั้งชื่อว่า น้องรถบัส หลังจากทั้งแม่และลูก ถูกนำตัวไปยัง รพ.พระอาจารย์แบน ที่อยู่กลางเทือกเขาภูพาน อ.ภูพาน จึงทราบว่า เด็กทารกมีน้ำหนัก 2,300 กรัม สมบูรณ์แข็งแรงทั้งแม่และลูก

ลูกหมูประหลาด มีงวง มีเขี้ยว คล้ายพระพิฆเนศ

07-2

 

เหตุเกิดขึ้นที่บ้านของนางอำพร จันทร์ศรี อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ 6 บ้านบึงหล่ม ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร

พบลูกหมูประหลาด มีงวง มีเขี้ยว คล้ายพระพิฆเนศ ลำตัววัดโดยรอบ 25 ซม. ความยาวของลำตัว 32 ซม. เท้าทั้ง 4 ขาปกติ น้ำหนักตัว 1,500 กรัม ตายมาแล้ว 4วัน แต่สภาพเนื้อหนังไม่เน่าเปื่อย

ชาวบ้าน ชาวช่อง โดยเฉพาะเหล่าคอหวยแห่มาขอดูกัน หัวบันไดไม่แห้งยิ่งเจ้าของบ้านนำร่างลูกหมู ใส่พานทองเหลือง ปูด้วยผ้าขาว ผูกผ้าสามสี แถมเพิ่มความขลังด้วยการนำแผ่นทองคำเปลวปิดไว้ที่ร่างหมู ยิ่งเพิ่มความสนใจให้กับชาวบ้าน เพราะเดิมที่มาดูกันเฉยๆ แต่คราวนี้เล่นหอบเอา ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ ขอโชคลาภกันเลยทีเดียว

ทำถูกแล้ว ! มูรินโญ เผยเหตุส่ง มาร์กชิยาล ลงบู๊ วัตฟอร์ด

อ่านเพิ่มเติม “ทำถูกแล้ว ! มูรินโญ เผยเหตุส่ง มาร์กชิยาล ลงบู๊ วัตฟอร์ด”

อย่าซ้ำรอยผี ! กิ๊กส์ เสนอทางรอดให้ ปืนใหญ่ เมื่อไร้ เวนเกอร์

อ่านเพิ่มเติม “อย่าซ้ำรอยผี ! กิ๊กส์ เสนอทางรอดให้ ปืนใหญ่ เมื่อไร้ เวนเกอร์”

ไอ้โม่งบุกงัด สนง.กฎหมาย ยกเซฟสูญทรัพย์สินกว่า 100 ล้าน

ไอ้โม่งบุกงัด สนง.กฎหมาย ยกเซฟสูญทรัพย์สินกว่า 100 ล้านคนร้ายลงมือกลางดึกใช้คีมตัดกุญแจประตูเหล็กม้วนสำนักงานกฎหมาย ในซอยเรวดี จ.นนทบุรี ก่อนขึ้นไปงัดประตูห้องทำงานชั้น 2 แล้วยกตู้เซฟใส่ทองคำแท่ง แท่งละ 1 บาท 7 แท่ง สร้อยคอทองคำ 2 สลึง 19 เส้น เงินสด 250,000 บาท ขึ้นรถกระบะหลบหนี

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.60 เหตุเกิดที่บริษัท ยูพี การกฎหมายและธุรกิจ จำกัด ในซอยเรวดี 58 หมู่ 1 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ของ น.ส.อุทัยทิพย์ ปรีชาเดช กรรมการผู้จัดการ พบว่าคนร้ายได้เปิดช่องลับข้างโต๊ะทำงานยกเอาตู้เซฟ ขนาด 80×80 ซม.นำขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่หน้าบริษัท

สอบสวนน.ส.อุทัยทิพย์ ให้ปากคำว่า เปิดบริษัทมาประมาณ 20 ปีไม่เคยมีเหตุอย่างนี้เกิดขึ้นเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ทรัพย์สินภายในตู้เซฟเป็น ทองคำแท่ง แท่งละ 1 บาท 7 แท่ง สร้อยคอทองคำ 2 สลึง 19 เส้น เงินสด 250,000 บาท โฉนดที่ดิน 14 ฉบับ ส่วนทองคำซื้อมาเพื่อจะมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้พนักงานบริษัท ไม่ทราบว่าคนร้ายรู้ได้อย่างไรว่ามีทรัพย์สินอยู่ในตู้เซฟ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดด้านหน้าสำนักงานและภายใน พบว่ามีคนร้าย 3 คน เข้ามาก่อเหตุช่วงเวลา 23.45 น.ของวันที่ 31 ม.ค.ต่อคืนวันที่ 1 ก.พ. คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุ 45 นาที คนร้ายได้แบ่งหน้าที่กันทำงานคนแรกทำหน้าที่ขับรถ และอีก 2 คน ทำหน้าที่เข้าไปลักเอาตู้เซฟ โดยคนร้ายขับรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต มาจอดด้านข้างตึกสำนักงาน ต่อมาได้ถอยรถกลับมาจอดด้านหน้า ก่อนที่คนร้ายจะลงมาจากรถแล้วดันกล้องวงจรปิดขึ้นเพื่อไม่ให้เห็นขณะก่อเหตุ

จากนั้นได้งัดประตูห้องทำงานของ น.ส.อุทัยทิพย์ เข้าไปยกเอาตู้เซฟที่ภายในมีทรัพย์สิน แล้วคนร้ายยังได้รื้อค้นหาทรัพย์สินตามโต๊ะทำงานของพนักงานอีก แต่ไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไป แล้วคนร้ายได้ช่วยกันยกเอาตู้เซฟลงมาด้านล่างเพื่อเอาขึ้นรถกระบะที่มีคนร้ายอีกคนคอยอยู่ในรถคอยดูลาดเล่า

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์กระบะของคนร้ายที่ใช้มาก่อเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้เป็นเส้นทางในการก่อเหตุและหลบหนี

ตำรวจอึ้ง! ชายชราพิการขอทานงานวัด พกเงินสดผูกไว้กับเอวนับแสน จนท.เตรียมพาเปิดบัญชี

ตร.ค้นตัวชายชราขาพิการขอทาน ในงานวัดฉลอง จ.ภูเก็ต หลังรับแจ้งขอทานอาละวาด ตรวจสอบพบเงินในตัวร่วมแสนบาท ใช้เชือกฟางมัดผูกติดไว้กับเอว

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 บริเวณวัดไชยธาราราม หรือวัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันสอบสวนชายชราพิการขาข้างซ้าย อายุ 67 ปี ชื่อ นายรอน (นามสมมุติ) ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ขณะนั่งขอทานอยู่ภายในวัด ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดงานประจำปี หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีกลุ่มขอทานเข้ามาขอทาน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวภายในงานเป็นอย่างมาก ซึ่งในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกลุ่มขอทานต่างแยกย้ายหลบหนีกันไปหมด เหลือเพียงชายชราเพียงคนเดียว เนื่องจากมีอายุมากและขาพิการ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบบัตรประจำตัวประชาชน ระบุว่า เป็นคนภูเก็ต อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต พบถุงใส่เงินสดทั้งธนบัตรใบละ 20 บาท และเหรียญจำนวนมาก รวมประมาณ 1 พันบาท นอกจากนี้ยังมีถุงดำบรรจุกระป๋องและขวดน้ำต่างๆ อีก 1 ถุง จากการสอบถามก็ให้การวกวน บอกว่าเป็นคนภูเก็ตแต่กำเนิด พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีครอบครัว เลี้ยงชีพด้วยการหาของเก่าขายและขอทาน

กระทั้งจนท.ค้นตัวยังพบเงินอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีการผับไว้เป็นมัดและใช้เชือกฟางผูกติดไว้กับเอว เมื่อนำมาตรวจนับ พบว่ามีเงินรวม 13 มัด มัดละเท่าๆกัน ตรวจนับมัดแรกเป็นเงิน 7,000 บาท รวมทั้งหมดประมาณ 100,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวไป สภ.ฉลอง เพื่อลงบันทึกประจำวัน และในวันนี้ (2 ก.พ.60) ก็จะนำไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อป้องกันการสูญหายและมิจฉาชีพ ส่วนตัวของนายรอน (นามสมมุติ) ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภูเก็ต (บ้านมิตรไมตรีภูเก็ต) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำประวัติและให้พักที่บ้านมิตรไมตรีก่อน เพื่อรอติดต่อญาติ และหากไม่มีญาติทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ให้การช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

ชายอ้างเป็นตชด. ตื้บหนุ่ม ป.โทสาหัส ยิงปืนขู่ไม่ให้ใครช่วย

ชายอ้างเป็นตชด. ตื้บหนุ่ม ป.โทสาหัส ยิงปืนขู่ไม่ให้ใครช่วยสาวแจ้งจับชายอ้างเป็น ตชด. รุมตื้บแฟนหนุ่ม นักศึกษาปริญญาโทเจ็บสาหัส แถมยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่ไม่ให้ใครเข้ามาช่วย

(31 ม.ค.) นางสาวณัฎชา อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ พร้อมนายณรัฐชช์ ลิ้มศิริรัตน์ ทนายความ เดินทางมาให้ปากคำกับ พ.ต.ต.ธนวัตร บุญมาก พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ หลังนายภานุพงษ์ แฟนหนุ่มนักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยเดียวกัน และ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษาเทศบาลเมืองแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ถูกชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ ตชด. ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและยังยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่

นางสาวณัฎชา เล่าว่า คืนเกิดเหตุตนเองพร้อมแฟนหนุ่มและเพื่อนๆ ประมาณ 4 -5 คน ไปนั่งดื่มที่ร้านไม่มีชื่อ ตั้งอยู่หน้าเกสเฮ้าส์บานเย็นวิลล่า ซอย 4 บ้านศรีสหกรณ์ ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งแฟนหนุ่มพร้อมเพื่อนได้ออกมานอกร้านบริเวณลานจอดรถเพื่อยืนสูบบุหรี่และพูดคุยกัน ต่อมาได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ขับเข้ามาจอด ก่อนที่ชายคนขับรถจะเปิดกระจกตะโกนด่านายภานุพงษ์ แฟนหนุ่มจนเกิดการโต้เถียงกัน

จากนั้นชายคนดังกล่าวจึงเดินลงมาจากรถ ตรงเข้ามาผลักอกแฟนหนุ่มจนล้มลง ก่อนจะใช้เท้ากระทืบซ้ำ เมื่อกลุ่มเพื่อนเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปช่วยเหลือ ก็ถูกผู้ก่อเหตุชักปืนยิงขึ้นฟ้า 5 นัด เพื่อข่มขู่ไม่ให้เข้าไปช่วยเหลือ โดยชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุ สวมเสื้อยืดกีฬาสีเลือดหมู อยู่ในสภาพมึนเมาด้วย

นางสาวณัฎชา อ้างด้วยว่า ชายฉกรรจ์ซึ่งอ้างตัวว่าตำรวจ ตชด. ยังถืออาวุธปืนจ่อมาทางตนเองและกลุ่มเพื่อนด้วยไม่ให้เข้าไปยุ่ง ก่อนจะลงมือทำร้ายเตะนายภาณุพงษ์อีกหลายครั้ง ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถขับออกไปต่อหน้าประชาชนที่เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก หลังเกิดเหตุนายภานุพงษ์ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลลานนาและถูกนำตัวเข้ารักษาที่ห้องไอซียู แพทย์ลงความเห็นว่าได้รับบาดเจ็บกระดูกแก้มซ้ายหัก ฟันหน้าโยก

ล่าสุดเพิ่งได้รับการผ่าตัดแล้วอยู่ระหว่างการพักฟื้นขณะเดียวกันหลังเกิดเหตุในคืนเดียวกัน ตนเองและกลุ่มเพื่อนได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี ด้าน พ.ต.อ.ชัชวรินทร์ บุนนาค ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ กล่าวว่า คดีนี้ก็รับเป็นคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งต้องรอการลงความเห็นจากแพทย์ที่รักษาก่อนว่าอาการของผู้บาดเจ็บสาหัสหรือไม่

ส่วนผู้กระทำผิดเจ้าหน้าที่ทราบเบาะแสแล้วว่าเป็นใคร ขณะนี้กำลังประสานไปยังต้นสังกัดเพื่อนำตัวมาสอบสวน รวมทั้งสอบปากคำฝ่ายผู้เสียหายและกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์เพิ่มเติม เพื่อให้ความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย หากใครผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

สื่อดังตีข่าว ยกพัทยา เป็นเมืองหลวงแห่งการค้ากามของโลก มีโสเภณีให้เลือกสรร 27,000 ราย

ยกพัทยา เป็นเมืองหลวงแห่งการค้ากามของโลก

สื่อนอกชื่อดังตีแผ่เมืองพัทยา ยกเป็นเมืองหลวงแห่งการค้ากามของโลก เปรียบเทียบเป็นนครแห่งบาป เปรย หากชายใดรักดีไปสวรรค์ แต่ถ้ารักชั่วนั้นให้ไปพัทยา…

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 เว็บไซต์มิเรอร์ สื่อดังของอังกฤษ ได้นำเสนอรายงานเกี่ยวกับเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศไทยอย่าง พัทยา ที่ฉาวกระฉ่อนไกลไปถึงระดับโลก โดยได้ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้ชายจำนวนมากกว่าล้านคนจากทั่วโลก เดินทางไปเที่ยวที่เมืองพัทยา อันเป็นที่รู้จักกันดีว่า เปรียบเสมือนเมืองหลวงแห่งการค้ากามของโลก ซึ่งแน่นอนว่า แต่ละคนล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นก็คือ การซื้อบริการทางเพศ

จากรายงานเผยว่า เมืองพัทยา มีหญิงขายบริการทางเพศมากถึง 27,000 ราย ซึ่งประมาณ 1 ใน 5 ของหญิงเหล่านี้ อาศัยอยู่อย่างถาวรในพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งสภาพการณ์เช่นนี้ไม่ต่างอะไรไปจาก นครแฝดโซดอมและกอมเมอร์ราห์ (Sodom and Gommorah) หรือนครแห่งบาป ที่มัวเมาในความบาปและความชั่ว โดยเฉพาะความนิยมเสพกามต่าง ๆ ตามเรื่องราวที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล

ยกพัทยา เป็นเมืองหลวงแห่งการค้ากามของโลก

นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยว่า แหล่งท่องเที่ยวหลัก ๆ ในเมืองพัทยา ย่านโคมแดงที่ใหญ่ที่สุดของโลก อันเป็นสถานที่ในฝันของชายขาเที่ยวทั่วโลกนั้น ล้วนเต็มไปคลับบาร์ที่มีขายบริการทางเพศ และอะโกโก้บาร์ ที่มีแสงสีประดับบอกว่าด้านในมีโชว์สยิว โชว์เต้นรูดเสา เครื่องดื่มถูก ๆ และอีกมากมาย โดยที่ด้านหน้าร้านนั้น จะเต็มไปด้วยหญิงไทยนุ่งน้อยหุ่มน้อย หน้าขาวด้วยรองพื้นแน่น ๆ คอยยืนเรียงรายพร้อมยื่นข้อเสนอบริการนวดให้นักท่องเที่ยวชายที่เดินผ่านไป-มา

แน่นอนว่า ธุรกิจเหล่านี้เอื้อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านคนเข้าประเทศและมีเงินสะพัดมากมาย ด้านมิรเรอร์เผยว่า การค้าประเวณี เป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศไทย แต่กฎหมายกลับเพิกเฉยละเลย ทำให้มีซ่องเปิดบริการดาษดื่นมากมาย โดยเฉพาะแค่ที่พัทยา ก็มีบาร์เปิดให้บริการมากกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ภายในมีห้องบริการนวด รวมไปถึงการขายบริการทางเพศ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเข้าดำเนินตรวจสอบ เฉพาะแค่มีการร้องเรียนเรื่องหญิงสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะขายบริการทางเพศ และเรื่องกระบวนการค้ามนุษย์เท่านั้น ไม่ได้จัดการเรื่องการค้าประเวณีแต่อย่างใด

ชายจีนหัวใส สวมบัตรประชาชนไทย 20 ปีค้าไม้เถื่อนอู้ฟู่ ตอนนี้รวย 100 ล้าน

สวมบัตรประชาชน

 

  ตำรวจจับกุมชายชาวจีน วัย 55 ปี สวมบัตรประชาชนไทยนานกว่า 20 ปี ทำธุรกิจค้าไม้จนรวยร้อยล้าน สารภาพติดสินบนเจ้าหน้าที่ขอบัตร 3 แสนบาท-ทำมาแล้ว 2 ใบ

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ. ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.สส.บก.น.2 เปิดเผยผลการจับกุม นายหลิน ชางควน อายุ 55 ปี สัญชาติจีน หลังเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้นโรงงานทำไม้แปรรูปไม่มีชื่อใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบไม้ผิดกฎหมายจำนวนมาก อาทิ ไม้พะยูง ไม้ชิงชัน และไม้ประดู่ โดยมีชื่อของนายหลินเป็นเจ้าของ ก่อนจะตรวจสอบพบเป็นการสวมบัตรประชาชนไทย โดยมีของกลางเป็นบัตรประจำตัวประชาชน ระบุชื่อ นายอำนาจ ลิ้มเจริญกุล และหนังสือเดินทางประเทศจีน ระบุชื่อ MR.LIN CHANGQUAN

ทั้งนี้ นายหลิน รับสารภาพว่า ตนเองมาอาศัยอยู่ที่ประเทศไทยนานกว่า 20 ปีแล้ว โดยมีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ที่ อ.แห่งหนึ่ง จ.สระแก้ว เพื่อทำเรื่องสวมบัตรประชาชน จำนวนเงิน 300,000 บาท และทำมาแล้ว 2 ใบ เพื่อใช้บัตรในการติดต่อธุรกิจ และซื้อทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ อาทิ บ้านและที่ดิน เพื่อครอบครองอย่างถูกต้อง

จากการตรวจสอบพบว่า นายหลิน นับเป็นนักธุรกิจค้าไม้รายใหญ่ในภาคอีสาน โดยมีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายร้อยล้านบาท และมีความสนิทสนมกับข้าราชการระดับสูง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

สลด! ‘พนักงานส่งเอกสาร’ ซิ่ง จยย.เสียหลักชนคนปั่นจักรยาน ก่อนชนท้ายเก๋งดับ

สลด! 'พนักงานส่งเอกสาร' ซิ่ง จยย.เสียหลักชนคนปั่นจักรยาน ก่อนชนท้ายเก๋งดับเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 31 ม.ค. 60 ร.ต.อ.ณัฐพล ดวงสุริยา ร้อยเวร สภ.คลองข่อย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจยย.เฉี่ยวชนรถจักรยาน และพุ่งชนท้ายรถยนต์ที่จอดข้างทาง มีผู้เสียชีวิตที่บริเวณถนนชัยพฤกษ์ หมู่ 2 ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนขาออก มุ่งหน้าบางบัวทอง บริเวณหน้าร้านอาหารมุมสบาย ในช่องไหล่ทางพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CBR150 สีแดง-ดำ ทะเบียน อวต 818 กทม.สภาพด้านหน้าพังยับ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำ สวมกางเกงยีนส์ขายาว สวมหมวกกันน็อคสีดำ มีบาดแผลที่ถูกกระแทกอย่างแรงที่หน้าอกและคอ ทราบชื่อคือนายศิวะ อายุ 24 ปี เป็นพนักงานส่งเอกสารบริษัทเอกชนย่านบางลำภู ชาว อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ใกล้กันพบรถจักรยานปั่น แบบเสือหมอบ สีดำ สภาพวงล้อหน้าคด ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.เกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ ใกล้กันพบรถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน กค9224 กทม. สภาพด้านท้ายยุบ ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ น.ส.ประไพ อายุ 48 ปี เจ้าของร้านอาหารมุมสบายจุดเกิดเหตุ

จากการสอบสวน น.ส.ประไพ ทราบว่า ตนนั่งอยู่ในร้าน รถ จยย.คันเกิดเหตุเสียหลักมาชนรถจักรยานก่อน จากนั้นก็พุ่งไปชนป้ายร้านและมาชนที่ท้ายรถของตน ทำให้รถจยย.ล้มลง เป็นเหตุให้คนขับเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำพยาน จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตร หลังจากนี้จะทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป